3 ขั้นตอน ที่จะทำให้คุณ “เลิกคิดมาก” ได้ในทันที

3 ขั้นตอน ที่จะทำให้คุณ “เลิกคิดมาก” ได้ในทันที

3 ขั้นตอน ที่จะทำให้คุณ “เลิกคิดมาก” ได้ในทันที

สมัยก่อนตัวผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่ชอบคิดมากอยู่บ่อย ๆ ครับ ความรู้สึกต่าง ๆ ถาโถมเข้ามา และทำให้เราคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และบ่อยครั้งที่มันกระทบต่อการใช้ชีวิตของผม


หากใครเป็นคนที่ชอบคิดมากนะครับ ก็จะรู้ดีว่า การคิดมากนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุเลยครับไม่ว่าจะเกิดจาก…


เกิดจากปัญหาที่เข้ามาในชีวิต 

เกิดจากผลกระทบจากคำพูดของคน 

หรือแม้แต่บางครั้งมันอาจจะเกิดจากเพียงแค่ ความไม่ก้าวหน้า

หรือความไม่เอาไหนในชีวิตของเราเท่านั้นก็ได้


 แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดวันหนึ่งผมก็สามารถจัดการกับ การเป็นคนชอบคิดมากลงจนเป็นที่สำเร็จ 


ตั้งแต่ผมรู้สูตรในการจัดการกับ ความคิด ผมก็กลายเป็นคนเลิกคิดมากไปเลย ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรที่ผมคิดขึ้นมาเองครับ แน่นอนว่าเนื้อหาของสูตรนั้นก็เอามาจากแนวคิดจากหนังสือดี ๆ หลาย ๆ เล่มมาผสมรวมกัน 


จนออกมาเป็นสูตรที่ผมตั้งชื่อให้กับมันว่า  วิธีจัดการกับความรู้สึกแย่ ๆ แบบครอบจักรวาล ซึ่งสูตรนี้จะสามารถช่วยให้เราจัดการกับความรู้สึกแย่ ๆ ได้ทุกรูปแบบ รวมถึงความกังวล และการชอบเป็นคนคิดมากอีกด้วยครับ 


บอกเลยนะครับว่าไม่ว่าตอนนี้เพื่อน กำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ ไม่ว่าจะเหงา จะคิดมาก จะสับสน จะเครียด จะวิตกกังวล หรือจะคิดแต่เรื่องแย่ ๆ อยู่ก็ตาม สูตรของผมสามารถจัดการได้หมด ถ้าไม่เชื่อลองอ่านและปฏิบัติตามดู แล้วจะรู้เองครับ 


โดยวิธีเลิกคิดมากของผมนั้นแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ด้วยกันครับ แต่ละขั้นตอนนั้นมีวิธีคิดง่าย ๆ ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที ก็สามารถทำจบขั้นตอนได้แล้ว 


ขั้นตอนที่ 1 จงอ่าน 2 ประโยคต่อจากนี้ และพยายามทำความเข้าใจทีละประโยคอย่างช้า ๆ 


ประโยคที่ 1 ในตอนนี้ มีคนมากมายเป็นเหมือนเรา 

ประโยคที่ 2 ในตอนนี้ มีคนมากมายแย่กว่าเรา 


2 ประโยคที่ผมยกมา หากคนที่ไม่มีประสบการณ์หรือไม่เคยทำความเข้าใจชีวิตของคนอื่นเลยก็อาจจะไม่เข้าใจก็ได้ครับ 


ลองคิดดูสิครับว่าตอนนี้เพื่อน ๆ กำลังเจอกับเรื่องอะไรที่ทำให้คิดมากอยู่ ทราบไหมครับว่าบนโลกใบนี้มีคนอยู่เท่าไหร่ คิดจริง ๆ เหรอครับว่าเรากำลังคิดมากอยู่คนเดียว 


ความจริงแล้วมีคนมากมายครับ ที่กำลังคิดมากเหมือนกับเราอยู่ในเวลาเดียวกัน พวกเขารู้สึกแบบเดียวกับเรา นอนไม่หลับเหมือนกับเรา รู้สึกแย่ ๆ เหมือนกับเราทุกอย่าง เพียงแต่เรานั้นไม่รู้จักพวกเขาก็เท่านั้นเอง 


หลักฐานก็คือหากเพื่อน ๆ เกิดเหงาตอนดึก ๆ ลอง search ใน Pantip ว่า  เหงาดูสิครับ เพื่อน ๆ จะพบเลยครับว่ามีคนตั้งกระทู้เกี่ยวกับความเหงานั้นมากมาย


นอกจากนั้นยังมีคนมาคอมเมนต์พูดในทำนองที่ว่า เหงาเหมือนกันเลย อยู่อีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ นี่ก็เป็นหนึ่งในหลักฐานที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า มีคนมากมายกำลังรู้สึกแบบเดียวกับเราอยู่เช่นกัน


และแน่นอนหากมีคนที่เป็นเหมือนเรา ก็ย่อมมีคนที่กำลังแย่กว่าเราอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย ลองคิดถึงคนที่กำลังจะตาย คนที่ป่วยเป็นโรคระยะสุดท้าย คนที่ล้มละลาย คนที่นอนบนกองทรายเพราะไม่มีบ้านให้นอนดูสิครับ


ผมเคยมีโอกาสไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แผนกอายุรกรรมมีคนแก่มากมายที่ต้องนอนอยู่บนเตียง และนั่งอยู่บนรถเข็น สายตาพวกเขาเหม่อลอย และซึมเศร้าเป็นอย่างมาก 


มีคุณยายท่านหนึ่ง พยายามเรียกคุณพยาบาลเพื่อถามหาว่าลูกของตัวเองอยู่ไหน ส่วนพยาบาลนั้นก็แทบจะไม่สนใจฟังคุณยายพูดเลยแม้แต่น้อย ยังไม่ทันจะจับใจความได้ พยาบาลก็สั่งให้คุณยายนั่งรออยู่เงียบ ๆ ไปซะแล้ว 


ผมแอบคิดในใจไม่ได้ว่า ถ้าคุณยายอยากจะเข้าห้องน้ำ หรือมีธุระบางอย่างที่อยากคุยกับลูกจริง ๆ เขาจะทำยังไง ในเมื่อคนที่มีหน้าที่ดูแลเขาก็แทบจะไม่สนใจเขาเลย 


ผมไม่รู้หรอกครับว่าทำไมตอนนี้ เพื่อน ๆ ถึงคิดมาก แต่ผมอยากให้รู้ไว้ว่า ในวินาทีที่เรากำลังคิดมากไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม มีคนมากมายครับ ที่กำลังคิดมากเหมือนกับเรา เขากำลังรู้สึกแย่เหมือนกับเรา 


และในเวลาเดียวกันก็มีคนมากมายครับ ที่มีเรื่องที่ทำให้ต้องคิดมากมากกว่าเรา และรู้สึกแย่มากกว่าเราหลายเท่านัก



ถ้าหากเพื่อน ๆ สามารถเข้าใจถึง 2 ประโยคในขั้นตอนที่ 1 ได้อย่างถ่องแท้เมื่อไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะเข้าใจดีเลยใช่ไหมครับว่า เรานั้นไม่ใช่คนเดียวในโลกที่กำลังรู้สึกแบบนี้ 


และถ้าคิดแบบนั้นได้เราก็จะรู้สึกแย่น้อยลง เพราะเราไม่ได้เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกอีกต่อไป ปัญหาที่เราเจอก็เป็นเพียงแค่ปัญหาปัญหา 1 ที่ใคร ๆ เขาก็เจอกัน เท่านั้นเอง



ถึงขั้นตอนที่ 1 มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เพราะเรานั้นไม่ได้รู้สึกอยู่คนเดียวก็ตาม แต่ความรู้สึกแย่ ๆ มันก็ยังไม่หายไปง่าย ๆ หรอกครับ เรายังคงมีเรื่องต้องคิดมาก แล้วเรื่องนั้นก็ยังไม่เปลี่ยน 


ดังนั้นเราต้องทำอะไรกับมันสักอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น 


ขั้นตอนที่ 2 ทางเลือกในการลงมือทำ เพื่อไม่ให้เราคิดมาก


ซึ่งผมมีตัวเลือกให้เพื่อน ๆ เลือกอยู่ทั้งหมด 2 ตัวเลือกด้วยกันครับ 

จงอ่าน 2 ประโยคต่อจากนี้อย่างตั้งใจ และค่อย ๆ คิดนะครับ 


ถ้าทำอะไรให้ดีขึ้นได้…จงทำ 

แต่ถ้าทำไม่ได้…ก็ไม่ต้องทำ 


ขั้นตอนที่ 2 มีเท่านี้เองครับ เรื่องที่เพื่อน ๆ กำลังคิดมากอยู่ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เพื่อน ๆ สามารถแก้ไขได้ สามารถลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วจะทำให้เพื่อน ๆ รู้สึกดีขึ้นได้ ก็ไม่ต้องมีหรอกครับลุกขึ้นไปทำมันเลยจะดีกว่า 


ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อน ๆ ทะเลาะกับใครสักคน และวิธีที่จะคืนดีกันคือการกล่าวคำขอโทษ ก็อย่ารอที่จะทำครับ พูดขอโทษออกไปเลย 


ถ้าเพื่อน ๆ ทำงานไม่เสร็จ แล้วพรุ่งนี้ต้องส่ง ถ้าอย่างนั้นก็จงลุกขึ้นไปทำมันให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลย 


อะไรที่เราลงมือทำแล้ว ทำให้เราเลิกคิดมากได้  ลงมือทำมันในทันทีเลยครับ 


แต่หากเราคิดดีแล้วว่า ในตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว งั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นครับ 


เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา  เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว เราไม่สามารถแก้ไขหรือทำอะไรกับมันได้อีก  ก็ในเมื่อเราทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว  เราก็ไม่ต้องทำครับ 


ในขั้นตอนที่ 2 นี้จะช่วยขจัดความกังวลให้เราได้อีกก้าวนึงครับ เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ปล่อยให้ตัวเองคิดมากไปวัน ๆ 


แต่เราได้พยายามลงมือทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เรื่องที่ทำให้เราคิดมากนั้นหายไป  แต่ถ้าบางเรื่องมันเกินกว่าที่เราจะทำไว้ ก็ปล่อยมันไป ปล่อยวางเถอะครับ 



ขั้นตอนที่ 3 เลิกคิดมากกับด้านที่เป็นไปไม่ได้ แล้วไปคิดมากกับด้านที่เหลือจะดีกว่า


จากประสบการณ์ชีวิตของผมทำให้ผมได้ทราบว่า ชีวิตของมนุษย์เรานั้นไม่ได้มีแค่ด้านเดียวครับ มีด้านอื่น ๆ ที่มอบความสุขให้กับเราอีกมาก  ที่สำคัญคือตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นใครที่มีครบทุกด้าน Perfect ขนาดนั้น 


หรือต่อให้มี ก็มีได้แค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่นานวันหนึ่งพวกเขาจะเสียบางด้านที่สำคัญไป 


ยกตัวอย่างเช่นเพื่อน ๆ อาจจะไม่สมหวังในเรื่องความรัก เรื่องความรักอาจจะทำให้เราคิดมาก สมมุติว่าเรื่องของความรักมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (แต่ผมไม่อยากให้เลิกหวังง่าย ๆ นะครับ) 


แต่ถ้าเราประเมินดีแล้วว่าเรื่อง ที่ทำให้เราคิดมาก มากที่สุดก็คือเรื่องความรัก แต่เรื่องความรักกับชีวิตของเรานั้น มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่มีความสุขเอาซะเลย 


และจากการประเมินในขั้นที่ 2 ทำให้เราพบว่า เราไม่สามารถทำอะไรกับความรักได้อีกต่อไป 


ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอยากให้เพื่อน ๆ เอาเวลาที่เราคิดมากเรื่องความรัก ไปทุ่มเทให้ด้านอื่น ๆ ของชีวิตจะดีกว่าครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน ด้านการทำงาน ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ด้านครอบครัว หรือแม้แต่ด้านสุขภาพ 


ไม่ครับ!! บอกเลยว่าถึงเราจะทำด้านอื่นให้ดีขึ้น มันก็ทดแทนด้านที่เราขาดไม่ได้อยู่ดี  เรื่องนี้ผมรู้ซึ้งดีเลยครับ 


แต่จงอ่านประโยคนี้ให้ดี ๆ นะครับ 

“แต่อย่างน้อย มันก็ไม่แย่ไปเสียหมด”


ใช่ครับไม่มีชีวิตของใครสมบูรณ์แบบ และมีความสุขไปทุกด้าน หากบางด้านที่เราเสียไป เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อีกต่อไปแล้ว สู้เราเอาเวลาที่มี ไปทำด้านอื่น ๆ ในชีวิตให้ดีแทนจะดีกว่า 


ถึงมันจะแทนกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ไปหมดทุกด้าน 



และนี่คือ 3 ขั้นตอนที่จะทำให้เราเลิกคิดมาก ทำความเข้าใจ และทำตามอย่างช้า ๆ รับรองได้เลยว่าเพื่อน ๆ จะเลิกคิดมากอย่างแน่นอน 


สูตรนี้เป็นสูตรที่ผมคิดค้นขึ้นมาเอง และใช้กับชีวิตของตัวเอง และได้ผลด้วยครับ ทุกวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ผมคิดมากอีกแล้ว 





สรุปเนื้อหานะครับ 3 ขั้นตอน ที่จะทำให้คุณ “เลิกคิดมาก” ได้ในทันที


ขั้นตอนที่ 1 ให้คิดเสมอว่า ในเวลานี้


มีคนมากมายเป็นเหมือนเรา 

มีคนมากมายแย่กว่าเรา 


ขั้นตอนที่ 2 ลงมือทำ 


ถ้าทำอะไรให้ดีขึ้นได้จงทำ 

ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ 


ขั้นตอนที่ 3 พัฒนาชีวิตด้านอื่นให้ดีขึ้น 


ถึงจะทดแทนกันไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ไม่แย่ไปเสียทั้งหมด 

สิ่งที่ทำง่ายที่สุดคือการดูแลสุขภาพตัวเอง เช่นการออกกำลังกาย การปรับสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น 

ใส่ใจคนที่รักเรา เช่นพูดคุยกับพวกเขาให้มากขึ้น ชวนพวกเขาออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ 



ของแถมส่งท้ายบทความครับ 

***ถ้ารู้สึกแย่จากคนที่เรารักล่ะ จะทำยังไง 

จงเทความรู้สึกทิ้ง ช่างมันเถอะ และไม่ต้องไปคาดหวังให้เขาทำตัวดีขึ้น ก็แค่เทความรู้สึกทิ้ง แค่นั้นล่ะครับ 





ความคิดเห็น