วิธีหาจุดแข็งอย่างละเอียด (เพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จ)
วิธีหาจุดแข็งในตัวเอง..อย่างละเอียด (เพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จ)
มีคำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รู้สภาพแวดล้อม รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง”
ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายครับ ที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นมีจุดแข็งอะไร ทำอะไรได้ดี เด่นในด้านไหน และเมื่อเราไม่รู้ว่าตัวเรานั้นเก่งอะไร ก็ไม่มีทางที่เราจะสามารถแสดงศักยภาพในตัวเราออกมาได้อย่างเต็มที่
ผมรู้สึกว่าการหาจุดแข็งในตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ดังนั้น วันนี้ผมจึงได้รวบรวมวิธีการค้นหาจุดแข็ง เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าจุดแข็งของทุกคนคืออะไร
และมันสามารถทำได้ง่ายมาก ๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานคุณก็จะสามารถเข้าใจจุดแข็งในตัวคุณได้แล้ว
ข้อที่ 1 วิเคราะห์ตัวเอง
ก่อนอื่นเลยครับ คนที่จะรู้จักตัวเราได้ดีที่สุดก็คือตัวของเราเองนั่นแหละ ลองเขียนออกมาดูครับ ว่าเราถนัดอะไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง ชอบทำอะไรบ้าง มีประสบการณ์พิเศษอะไรที่คนอื่นไม่มีบ้าง
ต้องบอกก่อนนะครับว่า อย่าเอาความสามารถของเราไปเปรียบเทียบกับจุดแข็งของใคร เพราะขั้นตอนที่ 1 คือการวิเคราะห์ตัวเองเท่านั้น ดังนั้นควรเอาความสามารถตัวเอง มาเปรียบเทียบกับตัวคุณเองก็พอ
ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ดีแล้ว หรือคุณชอบที่ได้ทำมัน ก็ให้เขียนลงไป
การวิเคราะห์ความสามารถในตัวเองนั้นมีหลากหลายครับ ต่อให้คุณทำอะไรได้ไม่ดีสักอย่าง ทำทุกอย่างได้เพียงแค่ระดับพอใช้ แต่ดันทำได้สารพัด นั่นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในข้อดีนะครับ
ผมจะลอง List ความสามารถพื้นฐานให้ดูเป็นตัวอย่างสักเล็กน้อยนะครับ แต่นอกเหนือจากที่ผมพูดมายังมีอีกหลายอย่างที่สามารถเป็นจุดแข็งได้ คุณต้องวิเคราะห์ตัวคุณด้วยตัวของคุณเองนะครับ
คุณเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์
คุณเป็นคนเจ้าระเบียบ
คุณเป็นคนรักความสะอาด
คุณเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
คุณเป็นคนมีความมั่นใจในทุกสถานการณ์
คุณมีความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นได้ดี
คุณมีความกล้าลองผิดลองถูก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
คุณเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
คุณเป็นคนมีน้ำใจต่อผู้อื่น
คุณเป็นคนมีความซื่อสัตย์ไม่ชอบพูดโกหก
คุณมีความอดทนสูงมาก รับมือกับสถานการณ์กดดันได้ดี
คุณเป็นคนละเอียด รอบคอบ
คนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง ไม่ล้มเลิกกลางคัน
คุณเป็นคนชอบพัฒนาตนเอง ชอบอ่านหนังสือหาความรู้
คนมีความสามารถในการจดจำได้ดี
คุณเป็นคนมีศักยภาพทางร่างกาย ร่างกายแข็งแรง มีซิกแพค ไม่อ้วน สุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว
คุณมีสกิล หรือทักษะใด ทักษะหนึ่งที่โดดเด่น หรือทำได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ความสามารถเรื่องของภาษาที่ 2 ที่ 3 ไม่ว่าคุณจะเต้นเก่ง หรือร้องเพลงเพราะก็เขียนลงไปให้หมดเลย
อีกอย่างหนึ่งก็คือ ลองคิดดูว่าที่ผ่านมาสิ่งที่คุณเคยทำแล้วประสบความสำเร็จมีอะไรบ้าง เพราะในความสำเร็จเหล่านั้นอาจจะมีจุดแข็งของคุณอยู่ก็ได้
คุณอาจจะเคยลงแข่งกีฬาสี วิ่ง 4 คูณร้อย แล้วได้ที่ 2
ทำไมคุณถึงได้ที่ 2 ล่ะ ต่อให้คุณไม่ได้ที่ 1 แต่คุณชนะอีก 2 คนได้อย่างไร ถ้าคุณไม่เก่งจริง คุณคงชนะคนอื่นไม่ได้ อะไรทำให้คุณชนะพวกเขานั่นแหละจุดแข็งของคุณ
คุณอาจจะเป็นคนที่เรียนเก่ง เรียนดีกว่าคนอื่น สอบได้ที่ดี ๆ มาโดยตลอด อะไรทำให้คุณเรียนเก่ง ในขณะที่คนอื่นนั้นไม่สามารถทำแบบคุณได้ นั่นแหละคือจุดแข็งของคุณ
หรืออาจจะพูดได้ว่า อะไรที่เราสามารถทำได้แบบสบาย ๆ แต่คนอื่นนั้นต้องพยายามถึงจะทำได้ งั้นก็ถือเป็นจุดแข็งของเราเช่นกัน
ข้อที่ 2 ถามจากคนที่สนิทกับเรา
ย้ำนะครับว่าให้ถามจากคนที่สนิทกับเราเท่านั้น ไม่ใช่มีฐานะที่สนิท หลายคนอาจจะคิดว่าเราเป็นเพื่อนในห้องเดียวกัน หรือเป็นญาติพี่น้องกัน ก็อาจจะรู้จักกันดีก็ได้
แต่ความจริงก็คือ คนส่วนใหญ่นั้นมักจะสนใจแต่เรื่องของตัวเองครับ ส่วนเรื่องของคนอื่นเนี่ย พวกเขาจะสร้างภาพลักษณ์จอมปลอมขึ้นมาซะมากกว่า
ดังนั้นหากคุณคิดจะถามถึงจุดแข็งในตัวคุณจากผู้อื่น จงเลือกคนที่สนิทกับคุณเท่านั้น และแน่นอนคำตอบนั้นก็ยังไม่ใช่ความจริงเสมอไป เพราะสิ่งที่เขามองเห็นในตัวคุณ อาจจะไม่ใช่ตัวคุณก็ได้
เพียงแต่ว่าอย่างน้อย เราก็จะได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะทำให้เราได้รู้ว่า แท้จริงแล้วคนอื่นเขามองเราอย่างไร เราอาจจะรู้ถึงจุดแข็งใหม่ ๆ ที่ตัวเราคิดไม่ถึงก็ได้เช่นกัน
เมื่อได้จุดแข็งจากคนที่เราสนิทมาแล้วนะครับ ต่อไปเราลองนำจุดแข็งที่เขาบอกมานั้น มาเปรียบเทียบกับจุดแข็งที่เราได้ประเมินตัวเองไว้ แล้วดูว่ามันมีข้อไหนเหมือนกันบ้างหรือเปล่า
เหตุผลที่เราหาจุดแข็งในตัวเองไม่เจอ
ข้อที่ 1 จุดแขนที่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
เราอาจจะพบว่าถึงเราจะมีจุดแข็ง แต่จุดแข็งของเรานั้นมันอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานมากจนเกินไป จนแทบจะเรียกว่าเป็นจุดแข็งไม่ได้
เช่นเราบอกว่าจุดแข็งของเราคือ ชอบภาษาอังกฤษ แต่ความสามารถของเราในตอนนี้ยังสื่อสารกับชาวต่างชาติไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วมันจะเรียกว่าจุดแข็งได้อย่างไร
อย่างที่บอกครับว่าให้เราประเมินตัวเองให้ชัดเจน เราชอบภาษาอังกฤษ กับเก่งภาษาอังกฤษ 2 อย่างนี้เป็นจุดแข็งที่ต่างกันนะครับ
คำว่าชอบ คือการที่เรานั้นรู้สึกอยากเรียนรู้สิ่งนั้นอยู่ตลอดเวลา
และเชื่อเถอะครับว่าความรู้สึกในการอยากเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ดังนั้นนี่ถือเป็นจุดแข็งของคุณนะครับ
เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เวลามากหน่อย เพื่อทำให้ความชอบ กลายเป็นความเก่งในสักวัน
แล้วถ้าคุณค้นพบแล้วว่าจุดแข็งของคุณ คือความชอบ หรือรักในภาษาอังกฤษ ที่เหลือก็แค่ทุ่มเทเวลาไปกับมัน แค่นั้นก็พอครับ
ข้อที่ 2 โดนจุดอ่อน บดบังจุดแข็งจนหมด
ข้อจำกัดของชีวิตคนเราต่างกันครับ บางคนอาจจะมีจุดแข็งเป็นคนชอบร้องเพลง แต่ดันมีจุดอ่อนเป็นคนร้องเสียงสูงไม่เก่ง แบบนี้จะเรียกว่ามีจุดแข็งหรือเปล่า
คำตอบคือการร้องเพลงยังคงเป็นจุดแข็งของคุณนะครับ เพียงแต่ ในชีวิตคนเรานั้นรู้แค่จุดแข็งอย่างเดียวไม่ได้นะครับ เรายังต้องเรียนรู้ด้วยว่าจุดอ่อนในชีวิตของเราคืออะไร
โอกาสในชีวิตของเรามีอะไรบ้าง และอุปสรรคล่ะคืออะไร
หากเราประเมินตัวเองทั้ง 4 สิ่งนี้ครบเมื่อไหร่ต่างหาก นั่นแหละถึงจะเรียกว่า เรานั้นรู้จักตัวเองอย่างแท้จริง
แต่ในบทความนี้ผมจะเน้นเกี่ยวของการหาจุดแข็งเท่านั้น ดังนั้นสำหรับใครก็ตามที่คิดว่าในจุดแข็งของเราก็มีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน ก็ไม่ต้องคิดมากนะครับ
เพราะเรานั้น สามารถพัฒนาจุดแข็งให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อเอาไปลบจุดอ่อนได้เสมอ
ข้อที่ 3 จุดแข็งที่ไม่มีประโยชน์
หลายคนอาจจะค้นพบว่า ฉันมีจุดแข็งก็จริง แต่จุดแข็งของฉันแทบจะไม่มีประโยชน์กับการใช้ชีวิตเลย ยกตัวอย่างเช่น จุดแข็งของฉันก็คือ ฉันสามารถนอนกลางวันได้เก่งกว่าใคร สามารถนอนหลับได้ทุกที่ นอนหลับเมื่อไหร่ก็ได้
จุดแข็งแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์ได้อย่างไร
เชื่อเถอะครับว่าหากนั่นถูกเรียกว่าจุดแข็ง มันคือสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่วิธีการในการหาว่าเราจะนำมันไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ก็เป็นอีกหัวข้อนึงที่เราต้องมาศึกษากันครับ
ข้อที่ 4 เราประเมินจุดแข็งของเราผิดครับ
อย่างตัวผมเอง ผมเป็นคนที่ชอบดูหนัง และการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมก็เลยเข้าใจผิดไปว่า ความรู้เกี่ยวกับหนัง และการ์ตูนนั้น เป็นจุดแข็งของผม
แต่จุดแข็งกลับสู้ใครไม่ได้ เพราะผมดูแค่เอาสนุก ไม่ได้จดจำรายละเอียดอย่างจริงจังสักหน่อย ถ้าจะบอกว่าความรู้เกี่ยวกับหนัง และการ์ตูนเป็นจุดแข็งจริง ก็ต้องระดับพวกที่ไปแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ต่างหาก
นั่นจึงทำให้สิ่งที่ผมคิดว่าคือจุดแข็ง กลับไม่ใช่จุดแข็งของผมครับ
แต่เมื่อโตขึ้น เวลาพูดคุยเรื่องที่ต้องใช้จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ผมพบว่าตัวผมมีมากกว่าคนอื่นเสมอ
สรุปก็คือจุดแข็งของผม ไม่ใช่เป็นคนชอบดูหนัง ดูการ์ตูน แต่จุดแข็งของผมก็คือ เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก
เพียงแต่การดูหนัง และการ์ตูนมาโดยตลอดนั้น มันดันเป็นกิจกรรมที่สร้างจุดแข็งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาต่างหาก
ดังนั้นจงอย่าเข้าใจผิดไปนะครับ ลองคิดดูให้ดีว่าสิ่งนี้คือจุดแข็งของเรา หรือเป็นเพียงแค่ทางผ่านที่นำไปสู่จุดแข็งที่แท้จริงของเรากันแน่
หากเราไม่มีจุดแข็งจะทำอย่างไรดี
เอาล่ะหากประเมินตัวเองก็แล้ว ถามจากคนที่สนิทก็แล้ว กลับไม่พบเลยว่าตัวเรานั้นมีจุดแข็งอะไร ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ คนเราทุกคนน่ะ ถูกหล่อหลอมด้วยประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน
มีวิถีชีวิต และความชื่นชอบที่ต่างกัน แต่ในช่วงเวลาชีวิตที่ได้ผ่านไปนั้น มันได้สร้างจุดแข็งให้กับเราทุกคนขึ้นมาอย่างแน่นอน
เพียงแต่ถ้าคุณหามันไม่เจอ จริง ๆ แล้วล่ะก็
"ก็สร้างมันขึ้นมาเองเลยสิครับ"
ลองเลือกจุดแข็งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตของเรามากที่สุด แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นจุดแข็งของเราไปเลยสิครับ
ถ้าเกิดการตื่นเช้า มันส่งผลต่อชีวิตของเราในด้านที่ดีขึ้น ก็จงสร้างจุดแข็งที่เรียกว่า เป็นคนตื่นเช้าขึ้นมาให้ได้ครับ
ถ้าหากความสามารถในเรื่องภาษาจะทำให้หน้าที่การงานของคุณสบายขึ้น ก็จงสร้างจุดแข็งที่เรียกว่า เก่งภาษาขึ้นมาสิครับ
อย่ายึดติดว่าจุดแข็งจะต้องเป็นอะไรที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เพราะมันเปล่าเป็นแบบนั้นเลย มันก็แค่สิ่งที่เราทำได้ดี แล้วชอบทำมัน ก็เท่านั้น
แต่ใช่ว่าเราจะสร้างมันขึ้นมาเองบ้างไม่ได้ซะหน่อย เพียงแต่การสร้างจุดแข็งขึ้นมานั้น มันต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง และต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมากเลยทีเดียวเพื่อทำให้เรามีมัน
แต่อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อว่าหากทุกคนตั้งใจจริง เราจะสามารถสร้างจุดแข็งที่เราต้องการขึ้นมาได้อย่างแน่นอนครับ
จงหาทางใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง
เอาล่ะครับมาถึงหัวข้อที่สำคัญที่สุดสักที เพราะต่อให้เราทราบว่าจุดแข็งของเราคืออะไร เราค้นพบมันแล้ว หรือสร้างมันขึ้นมาสำเร็จแล้ว
ก็ใช่ว่าชีวิตของเราจะพัฒนา หรือดีขึ้นเลยหรอกนะครับ
เราหาจุดแข็งในตัวเอง ก็เพื่อที่จะนำมันมาใช้ประโยชน์ แล้วทำให้ตัวเราสามารถแสดงความสามารถ และดึงศักยภาพที่สูงที่สุดในตัวเราออกมาครับ
ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าจุดแข็งของเราคืออะไร หน้าที่ของเราก็คือจงหาโอกาสที่จะได้นำมันไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ
ถ้าจุดแข็งของคุณคือเป็นคนมีความพยายาม และอดทน
ความพยายาม และอดทนของคุณเนี่ย มันเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างครับ ถ้าคุณบอกว่าคุณมีความอดทน คุณก็เลยเลือกไปทำงานกับหัวหน้าที่นิสัยแย่ ๆ ชอบด่าลูกน้อง
คุณบอกว่าคุณทนได้ เพราะว่าคุณเป็นคนมีความอดทน
คำถามคือความอดทนของคุณที่คุณใช้กับเรื่องแบบนี้ มันจะก่อให้เกิดผลดีกับชีวิตของคุณอย่างไรล่ะครับ
ถ้าคุณนำจุดแข็งที่คุณมีไปใช้ผิดวิธี คุณก็อาจจะเหนื่อยฟรีก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการหาโอกาสเหมาะ ๆ เพื่อนำจุดแข็งของเราไปใช้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นด้วยเช่นกันครับ
พัฒนาจุดแข็งอยู่เสมอ
ถึงเราจะรู้แล้วว่าจุดแข็งของเราคืออะไร แต่แค่นั้นใช่ว่าจะพอนะครับ เพราะหากเราปล่อยปละละเลย อวดดี และถือตัว ว่าตัวเรานั้นมีจุดแข็งแล้ว วันหนึ่งจุดแข็งของเราก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนของเราในสักวันก็ได้ครับ
วันนี้คุณอาจจะสุขภาพแข็งแรง และนั่นคือจุดแข็งของคุณ
แต่หากคุณปล่อยปละละเลย ร่างกาย และสุขภาพที่แข็งแรงก็อาจจะทรุดโทรมลงแล้วป่วยในสักวันก็ได้
แล้วเมื่อถึงเวลานั้น จุดแข็งของคุณก็จะหายไปเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อรู้แล้วว่าจุดแข็งของเราคืออะไร นอกจากเราจะนำมันไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเราแล้ว เรายังต้องหมั่นดูแลรักษา แล้วพัฒนามันอยู่เสมอด้วยนะครับ
สรุปส่งท้าย
เอาล่ะครับ เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้อ่านบทความของผมคิดว่า น่าจะสามารถค้นพบจุดแข็งที่มีได้กันทุกคน
แต่การหาจุดแข็งเพียงแค่อย่างเดียวนั้นอาจจะยังไม่พอครับ
หากมีเวลาว่างก็ลองหาด้วยครับว่า จุดอ่อนของเราคืออะไร โอกาส และอุปสรรคในชีวิตของเรามีอะไรบ้าง
ถ้าคุณสามารถวิเคราะห์ และทำความเข้าใจทั้ง 4 สิ่งนี้ได้(จุดแข็งจุด ,จุดอ่อน ,โอกาส ,อุปสรรค) คุณก็สามารถพูดได้เต็มปากแล้วครับว่า คุณคือคนที่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น