ความรู้สึกชั่ววูบ

 


ความรู้สึกชั่ววูบเป็นความรู้สึกที่ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันดับได้ยากมาก พลังของมันทรงอนุภาพเกินกว่าที่ใครจะต้านไหว 

"และช่วงนี้ผมก็เกิดความรู้สึกชั่ววูบขึ้นบ่อยมากครับ" 


ก่อนอื่นต้องขอท้าวความก่อนว่า 1 ปีที่ผ่านมา สมาชิกครอบครัวใหม่สุดน่ารักของผม ได้ลืมตาดูโลกเป็นที่เรียบร้อย ลูกสาวของผมคลอดออกมาสมบูรณ์แข็งแรง และน่ารักแบบสุดๆ 


แต่อย่างที่เขาว่ากัน  ความน่ารักอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง 


การเลี้ยงลูกไม่ใช่อะไรที่ง่ายอย่างที่คิด มันกินเวลาชีวิตไปเกือบทั้งหมด ผมแทบไม่มีเวลาทำเรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่เวลาทำงาน ก็แทบจะไม่มี 


ช่องยูทูป บทสรุปฉบับแฮมแฮม ที่ทุกคนดูกันตลอด 1 ปีนั้น อยากจะบอกว่า ผมมีเวลาทำแค่ตอนลูกนอนกลางวันเท่านั้น  ถ้าจะให้เฉพาะเจาะจงแล้วละก็ ผมมีเวลาทำแค่วันละไม่ถึง 1 ชั่วโมง 


แน่นอนสิครับขนาด YouTube ยังไม่มีเวลาทำ แล้วการเขียนบล็อกจะเหลืออะไร 


ผมอุตส่าห์สมัครโดเมนซะดิบดี จ่ายรายปีเป็นที่เรียบร้อย แต่สุดท้ายแม้แต่บทความเดียวก็ไม่ได้เขียน จนครบ 1 ปี ก็เลยไม่ต่อสัญญา 

จึงต้องกลับมาใช้ blogger.com เหมือนเดิมอย่างที่เห็น


ดูเหมือนการจดโดเมนชื่อเว็บไซต์ก็ถือเป็นความคิดชั่ววูบอย่างหนึ่งเหมือนกัน เหมือนว่าเวลาอยากจดมันก็ต้องจดให้ได้ แต่พอจดได้แล้ว

ก็ดันไม่มีเวลาว่างมาเขียนบทความซะเลย 


นั่นก็เท่ากับว่าบทความที่ทุกคนกำลังอ่านอยู่ในตอนนี้ เป็นบทความแรกในรอบ 1 ปีของผมเลยก็ว่าได้ครับ  แล้วมันอาจจะเป็นบทความที่เกิดจากความคิดชั่ววูบด้วยเช่นกัน 


ความรู้สึกชั่ววูบ มันมักจะทำให้เราอยากทำอะไรสักอย่าง แล้วต้องทำให้ได้เดี๋ยวนั้นด้วย พอได้ทำแล้วความรู้สึกนั้นก็จะหายไป  แล้วเราก็จะไม่อยากทำสิ่งนั้นอีก 


สดๆร้อนๆก็คงจะเป็นเรื่องเมื่อเดือนก่อน อยู่ๆผมก็อยากเล่นเกมขึ้นมา เพราะไม่ได้เล่นมานานมากๆแล้ว ก็เข้าเว็บ shopee สั่ง joystick มา 2 จอยในทันที กะว่าจะโหลดเกมในคอมพิวเตอร์มาเล่น 


ทั้งๆที่ใจก็รู้ดีว่าไม่มีเวลาหรอก แต่ความรู้สึกชั่ววูบที่ว่าอยากเล่น มันก็บังคับให้เรากดซื้อจนได้   แล้วสุดท้ายเชื่อไหมครับ ผมได้เล่นอยู่ไม่ถึง 10 นาที 


แล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่ได้เล่นเกมอีกเลย ความรู้สึกชั่ววูบที่อยากเล่นเกมในตอนนั้น มันได้หายไปแล้ว กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ทำงานเก็บเงินเลี้ยงลูกต่อไป 


แล้วอยู่ๆวันนี้ผมก็เกิดความรู้สึกชั่ววูบอีกครั้ง นั่นคืออยากจะเขียนบล็อก ก็เลยลองกดเข้ามาดู หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาเป็นปี 


แล้วผมก็ต้องตกใจอ้าปากค้าง เมื่อบทความของผม ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีคนเข้ามาอ่านตลอดเลย ถึงจะไม่มาก แต่ก็มีคนอ่านนะ 


นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกว่า ผมอยากกลับมาเขียนมันอีกครั้ง แน่นอนมันอาจจะเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบอีกก็ได้ 


แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดได้จากเรื่องนี้ก็คือ ความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้นนั้น มันมีทั้งความรู้สึกที่เป็นประโยชน์ และความรู้สึกที่เป็นโทษ 


หากความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ส่งผลร้ายกับใคร แล้วมันทำให้ตัวเรามีความสุข ผมก็ไม่คิดว่าความรู้สึกแบบนั้นจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีหรอกนะ 


อย่างน้อยมันก็เป็นการเริ่มต้นทำบางสิ่ง ด้วยความตั้งใจ ถึงแม้เมื่อทำลงไปแล้วอาจจะเลิกทำอย่างรวดเร็วก็ตาม 


สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการพัฒนาตนเองคือการลงมือทำไม่ใช่หรือยังไง ดังนั้นถึงแม้วันนี้ ผมจะกลับมาเขียนบล็อก ด้วยความรู้สึกชั่ววูบก็ตาม 


แต่อย่างน้อยความรู้สึกนั้นก็ทำให้ผมได้เริ่มต้นอีกครั้ง 


แล้วเรามาดูกันเถอะว่า ความรู้สึกนี้จะพาผมไปได้ไกลแค่ไหน 


ดังนั้นถ้าอีก 2 เดือนต่อจากนี้ บล็อกของผมมีโฆษณาขึ้น ก็แปลว่าความรู้สึกชั่ววูบ มันได้จุดไฟในตัวผมขึ้นมาอีกครั้งเสียแล้ว 


แต่หากไม่ ก็แปลว่า…มันก็แค่ความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น 


ความคิดเห็น