ออกเกรดให้ชีวิต พิชิตความสำเร็จ
“ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น”
ประโยคนี้เป็นประโยคในการพัฒนาตนเองที่ผมชอบที่สุด เพราะมันไม่ต้องใช้หัวคิดอะไรมาก ตรงไปตรงมา และเข้าใจง่ายแบบสุดๆ ก็แค่พยายามเข้าไว้ เดี๋ยวก็สำเร็จเอง
อ่าาา.. อยากให้โลกเป็นแบบนั้นจัง
แต่ความเป็นจริงก็คือ ความพยายามแค่อย่างเดียวไม่อาจทำให้เราประสบความสำเร็จได้ทุกคน
มีคนมากมายพยายามแทบเป็นแทบตาย มากกว่าคุณซะด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จถมเถไป
ที่น่ากลัวกว่าความล้มเหลว คืออะไรทราบไหมครับ “คือการหลอกตัวเองว่ายังไม่ได้ล้มเหลวยังไงล่ะ”
หลายคนล้มเหลวปุ๊บหลอกตัวเองโดยอัตโนมัติในทันที เปล่าฉันไม่ได้ล้มเหลว ก็ทำไปเรื่อยๆแหละ แค่ได้ทำในสิ่งที่รักแค่นั้นก็พอใจแล้ว
แล้วทุกคนทราบไหมครับว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าการหลอกตัวเองว่าไม่ได้ล้มเหลวคืออะไร นั่นก็คือการหลอกตัวเองว่ากำลังรักความล้มเหลวอยู่
ให้ตายเถอะมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทุกข์ทรมานเสียจริง (ผมทราบดีเพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน)
ผมเองก็เคยตั้งใจทำ podcast แล้วอยากให้คนฟังมากๆ เหมือนกัน
แต่พอทำไม่ได้ก็ดันหลอกตัวเองว่า แค่ได้ทำก็มีความสุขแล้ว
ต่อให้ไม่มีคนฟังก็ตาม
แล้วเกิดอะไรขึ้นทราบไหมครับ เมื่อเวลาผ่านไป ประโยคนี้จะผุดขึ้นในหัวของคนที่หลอกตัวเองทุกคน นั่นก็คือ “ที่ผ่านมาเรามัวทำอะไรอยู่วะ”
เสียเวลาชะมัดเลย
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนประโยคนี้ผุดขึ้นมาเลยครับ เพราะผมพิสูจน์แล้วว่า เราไม่ได้รู้สึกดีกับมันอย่างแน่นอน
วันหนึ่งผมได้เข้าไปดูไลฟ์สดติ๊กต๊อก เนื่องจากมีน้องที่รู้จักทุ่มเทให้กับการไลฟ์สด ผมจึงอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง
ผมเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จนไปเจอกับน้องนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนเชียงใหม่ และน่าจะเป็นเด็กดอย เพราะเธอพูดไม่ชัด
เธอนั่งเบื่อๆเซ็งๆอยู่ในห้องคนเดียว และทุกครั้งที่มีชื่อคน เด้งขึ้นมา
ว่ามีคนเข้ามาดูเธอ เธอก็จะพูดประโยคแพทเทิร์น ประมาณว่า
“เข้ามาแล้วก็ฝากกดหัวใจเพื่อเปิดการมองเห็นให้ด้วยนะคะ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะคะอย่ารีบออก มีอะไรอยาก comment อยากบอกก็พูดได้นะคะ”
หลังเธอพูดจบคนที่เข้ามาก็กดออก แล้วพอมีคนเข้ามาใหม่ เธอก็พูดแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง แล้วคนที่เข้ามาใหม่ก็กดออก
แล้วก็มีคนเข้ามาใหม่ เธอก็พูดแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง แล้วคนที่เข้ามาใหม่ก็กดออก
ผมไม่แน่ใจว่าเธอรู้ตัวหรือเปล่า แต่การที่ผมนั่งสังเกตพฤติกรรมของเธอเกือบ 10 นาที ทำให้ผมพบว่า การที่เธอพูดประโยคนั้น มันไม่ได้ช่วยให้เหนี่ยวรั้งใครไว้ได้เลยแม้แต่คนเดียว แถมไม่มีใครกดหัวใจให้เธอด้วย
แล้วจู่ๆก็ไม่รู้มีอะไรดลใจผม ให้ผมพิมพ์ไปว่า "ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิครับ"
น้องนักศึกษาคนนั้น อ่านข้อความของผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันเป็นข้อความเดียวที่เด้งขึ้นมา และผมก็เป็นคนเดียวที่อยู่ในห้องกับเธอ
เธอปฏิเสธในทันที ด้วยความเขินอาย แล้วหันไปทำอย่างอื่น แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ เพราะเนื่องจากข้อความของผม มันเป็นข้อความเดียวที่มีคนพิมพ์ไป มันจึงค้างอยู่อย่างนั้น
น้องนักศึกษาอ่านแล้วก็อ่านเล่า จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจร้องเพลงให้ผมฟัง
เธอร้องเพลงลูกทุ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ฟังเพลงลูกทุ่งซะด้วย จึงไม่รู้หรอกว่ามันเพราะรึเปล่า
แต่ที่แน่ๆก็คือ ขณะที่เธอกำลังร้องเพลง จากในห้องที่มีคนดูเธอไลฟ์สด 1 คน (นั่นก็คือผม) บัดนี้มีถึง 7 คนที่เข้ามาในห้องแล้วไม่กดออก
7 คนที่เข้ามาฟังเธอร้องเพลงไม่ใช่จำนวนที่มากอะไร ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ส่งสติ๊กเกอร์ หรือของขวัญให้กับเธอ
แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นั้นก็คือ การเปลี่ยนแปลงของการกระทำของเธอ มันได้เปลี่ยนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
อาจจะพูดได้ว่า ทำแบบเดิมก็ได้แบบเดิม ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนแปลง
แล้วถ้าอย่างนั้น เราจะมัวทำแบบเดิมไปเพื่ออะไร
การลอง เปลี่ยนแปลงแล้วทำสิ่งใหม่ๆ แน่นอนไม่มีอะไรการันตีหรอกว่ามันจะดีกว่าเดิมหรือเปล่า อย่างน้องนักศึกษาท่านนั้น จากที่นั่งพูดประโยคเดิมๆ แล้วเปลี่ยนมาร้องเพลง ก็ไม่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ เพราะมีคนเข้ามาดูแค่ 7 คนเท่านั้น
แต่อย่างน้อย ผลลัพธ์มันก็ไม่เหมือนเดิม
ผมรู้สึกว่า การลุ้นว่าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงจะออกมาเป็นยังไง มันดีกว่าการพยายามต่อไป โดยที่ผลลัพธ์นั้นยังคงเดิม
สิ่งที่เราขาดไปหลังจากเรียนจบนั่นก็คือ การประเมิน
ทุกสิ่งที่เราทำมันช่างมีอิสระ ไม่มีใครมากะเกณฑ์ ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องเตรียมสอบ ไม่ต้องไปสนใจว่าเราจะใช้ชีวิตถูกหรือผิดอย่างไร
แต่บางครั้งชีวิตที่ไร้ซึ่งการตรวจสอบ ก็อาจจะทำให้เราเดินไปผิดทางได้
การที่เราทำแบบเดิมซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น แล้วผลลัพธ์มันออกมาแย่ การที่เรายังคงทำแบบเดิมซ้ำๆต่อไป นั่นก็เพราะเรานั้น ไม่เคยคิดจะตรวจสอบตัวเองเลย
เอาแต่ท่องว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ถ้าลองคิดดูดีๆเราจะพบว่า การที่เราทำแล้วผลลัพธ์มันออกมาแย่ ความพยายามก็จะยิ่งเพิ่มผลลัพธ์แย่ๆให้มากขึ้นไม่ใช่หรือยังไง
ดังนั้นหากคนที่อ่านบทความนี้ กำลังพยายาม และตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจังอยู่แล้วล่ะก็ โปรดสละเวลาของความพยายาม แล้วเอาเวลานั้นมาตรวจสอบ ประเมินดูว่า สิ่งที่คุณทำมันส่งผลลัพธ์กลับมาอย่างไร
เพราะหากเราสามารถวัดเกรดของสิ่งที่เราทำได้ เราก็อาจจะปรับปรุงและแก้ไข หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงมันให้ดีกว่าเดิม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น